ไม่ได้ออกแดดเลย ทำไมผิวยังหมองขึ้น
อยู่ในรถ อยู่ในห้อง ทำไมผิวยังโดนแดดอยู่
บันทึกจากคนที่เคยคิดว่าอยู่ในรถ อยู่ในห้อง คือปลอดภัยจากแดดแล้ว
มีช่วงหนึ่งที่ทำงานในออฟฟิศทั้งวัน
ขับรถจากบ้านไปออฟฟิศ แล้วขับกลับบ้าน
แทบไม่ได้เดินกลางแดดเลย
เลยคิดมาตลอดว่า
ตัวเองไม่ได้เป็นคนที่ต้องทากันแดดจริงจัง
เพราะไม่ได้ออกไปเจอแดดตรง ๆ สักเท่าไหร่
แต่รอยสิวบางจุดบนแก้ม
กลับใช้เวลานานกว่าที่คิดกว่าจะจาง
จนเริ่มสงสัยว่า
ทั้งที่ไม่ได้ออกแดดเลย
มันเกิดขึ้นได้ยังไง
แดดมีสองแบบ ที่กระจกกันได้ไม่เท่ากัน
แสงแดดที่ทำร้ายผิว
แบ่งเป็นสองแบบหลัก ๆ
แบบแรกเรียกว่า UVB (รังสีที่ทำให้ผิวไหม้ แดง เห็นผลเร็ว)
กระจกรถและกระจกหน้าต่างทั่วไป
สามารถกันรังสีตัวนี้ได้ค่อนข้างดี
แบบที่สองเรียกว่า UVA (รังสีที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพระยะยาว ไม่ทำให้รู้สึกแสบร้อนทันที)
กระจกทั่วไปไม่สามารถป้องกัน UVA ได้ทั้งหมด
นั่นแปลว่า
ต่อให้นั่งอยู่ในรถ หรือในห้องที่มีแดดส่อง
ผิวก็ยังมีโอกาสโดน UVA สะสมอยู่ดี
UVB ทำให้รู้สึก UVA ทำให้ไม่รู้สึก
UVB คือตัวที่ทำให้รู้สึก “ร้อน” หรือ “แสบ” ทันที
พอกระจกกัน UVB ได้ดี
ความรู้สึกแสบร้อนก็ลดลงไปด้วย
แต่ UVA ไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรทันที
มันสะสมอยู่เงียบ ๆ
โดยไม่มีสัญญาณเตือนแบบที่รู้สึกได้
เพราะแบบนี้
คนที่นั่งรถทุกวัน หรือนั่งทำงานข้างหน้าต่างเป็นประจำ
จึงมักไม่รู้ตัวว่ากำลังสะสมความเสียหายอยู่
สิ่งนี้ส่งผลกับผิวยังไงในระยะยาว
UVA เข้าไปส่งผลกับผิวในระดับที่ลึกกว่า
จึงมักไม่เห็นผลในทันที
ทำให้ผิวเสื่อมสภาพไปทีละนิด
หมองคล้ำง่ายขึ้น
และยังกระตุ้นให้รอยดำจากสิวที่เคยมี
จางช้ากว่าที่ควรจะเป็น
เพราะ UVA สะสมไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีใครสังเกต
มันจึงเป็นสาเหตุของ “ผิวไม่นิ่ง” อีกจุดหนึ่ง
ที่หลายคนมองข้ามไปเลย
Arvée มองเรื่องนี้ยังไง
ในมุมของ Arvée
เราเลยไม่มองว่ากันแดดเป็นเรื่องที่ทำแค่ตอน “ออกแดด” ตรงๆ
เพราะวันทำงานทั่วไป
หลายคนนั่งรถ นั่งในออฟฟิศข้างหน้าต่าง
มากกว่าเดินกลางแดดจริง ๆ
กันแดดจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของวันธรรมดา
ไม่ใช่แค่วันที่ตั้งใจจะออกไปเจอแดดเท่านั้น
ไม่ได้ออกแดดเลย
ไม่ได้แปลว่าผิวไม่โดนแดด
บางที
มันแค่เป็นแดดที่ไม่ทำให้รู้สึกตัว
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
→ PM2.5 กับผิวในอากาศประเทศไทย
→ รอยแดงกับรอยดำจากสิว ต่างกันยังไง
UVB มักทำให้ผิวแดงหรือไหม้แดด ส่วน UVA ไม่ทำให้รู้สึกทันที แต่สามารถสะสมผลกระทบกับผิวในระยะยาวได้
กระจกรถและกระจกทั่วไปสามารถลด UVB ได้ดี แต่ยังอาจมี UVA บางส่วนผ่านเข้ามาได้
หากอยู่ใกล้หน้าต่างหรือมีแสงธรรมชาติเข้ามา การปกป้องผิวระหว่างวันอาจยังมีประโยชน์
แสงที่ได้รับในชีวิตประจำวันอาจเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้รอยดำใช้เวลาจางนานขึ้น